วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

อากาศเปลี่ยนแปลง


          ตอนนี้อยู่ๆอากาศก็ค่อนไปทางร้อน ซึ่งมันทำให้เราเป็นทุกข์มากในตอนนอน เพราะ...เราหลับแล้วตื่นกลางดึก
          หรือที่เราตื่นกลางดึกนั้น เป็นเพราะเรานอนดึกติดๆกันมาหลายคืนแล้วนะ ? แล้วเมื่อคืนก็นอนเร็วซะด้วยสิ แต่... เราว่าเป็นเพราะอากาศแน่ๆ บวกกับที่เรานอนใต้ผ้าห่มหนาๆที่พ่อเอามาให้ในช่วงอากาศหนาวมากๆล่ะมั้ง อืม... คงจะเป็นอย่างนั้นแหละ จริงๆก็ชอบนะที่อากาศไม่หนาว ไม่เย็น เพราะเราขี้หนาวอะ แต่ไม่ชอบเลยจริงๆ ที่ต้องตื่นมากลางดึก เราอยากนอนหลับแบบเต็มที่..

          เซ็งชะมัด

          คงจะต้องรอดูคืนนี้อีกคืนแล้วกัน ว่าจะตื่นมากลางดึกอีกรึเปล่า...

               ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันมั้ยนะ... รู้สึกว่าตัวเองใจร้อนขึ้นด้วย ใจร้อนเอง เครียดเอง เสียใจกับการกระทำ รวมทั้งคำพูดตัวเอง เฮ้อ... ไม่ได้อยากโทษสภาพอากาศหรอกนะ แต่เราคิดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเราก็คงไม่ใจร้อนหรอกมั้ง...นะ 555

          สรุป ก็ไม่รู้อะไรเลย คิดไปเองทั้งหมด... อืม... อืม... เรียกว่าสันนิษฐานละกัน~ 555+


         ไปดีกว่า บายย....

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

The Boy (มีสปอยล์หนัง)



          อืม... The boy เป็นหนังที่เข้าฉายวันที่ 28 มกราคม 2559 เป็นหนังแนวสยองขวัญ หรือ หนังผีนั่นแหละ ที่เราตั้งใจจะไปดู เพราะคิดว่าน่าจะสนุก

          เราเป็นคนขี้กลัว ผี หรือ หนังผี หรือ บ้านผีสิง เรากลัวมาก... แต่ เราชอบดูหนังผี รู้มั้ยเพราะอะไร ก็เพราะว่า หนังผีมันทำให้เลือดสูบฉีดไง เวลาได้กรี๊ด ในฉากที่น่าตกใจ ฉากผีตุ้งแช่ต่างๆ 555 แต่เรื่องนี้ผิดคาด... แต่...ไม่ได้ทำให้เค้าผิดหวังมากมายนัก เพราะว่า ก่อนที่จะออกไปดู เพื่อนเราบอกว่า หนังเรื่องนี้หักมุมนะ เราก็เลยเผื่อใจไว้แล้ว ว่าอาจจะไม่ใช่อย่างที่หวังไว้

          วันนั้นเป็นวันพฤหัสบดี เราเลิกเรียนเสร็จ เราก็แต่งตัวไปโรงหนัง ทันทีที่ไปถึงก็ได้ไปดูรอบ และพบว่า หนังเรื่องนี้มีรอบฉายเพียงแค่ 2 รอบต่อวันเท่านั้น เราก็เริ่มใจคอไม่ดีละ เนื่องจากหนังที่มีรอบฉายน้อยมักจะไม่สนุก แต่สัปดาห์นี้ หนังที่เข้าก็ค่อนข้างเยอะพอสมควร ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้รอบฉายน้อยก็ได้ และ... 2 รอบฉายที่มีในวันนั้นคือ เวลา 15.50 น. และ 20.40 น.

          แย่มาก...

          เราไปถึงประมาณ เกือบ 6 โมงเย็นได้ ต้องรออีกนานเลย แต่ที่แย่กว่าคือ เพราะเราเองที่ไม่ได้เช็ครอบก่อนมาดู คือ..จริงๆแล้วตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะว่ารอบฉายจะน้อยขนาดนี้ ก็เลยไม่ได้เช็คมาก่อน แต่ก็ไม่เป็นไร สุดท้ายเราก็ต้องดูรอบ 20.40 น.

          เรื่องนี้ค่อนข้างน่ากลัว ไม่ใช่เพราะผี เพราะเรื่องนี้ไม่มีผี แต่เป็นเพราะ... คนโรคจิต ต่างหาก

          เราไม่รู้เพราะอะไร ทำไมมนุษย์เราถึงต้องมีคนที่ผิดปกติแบบนี้อยู่ด้วย ธรรมชาติสร้างมาเพื่อให้เกิดความสมดุล ? หรือแค่เพราะต้องการลงโทษ ?

          เวลาเราดูหนัง เรามักจะคิดว่าถ้าเป็นตัวเราเองในโลกของความเป็นจริง เราจะทำยังไงเสมอ แต่เรานึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่าถ้าเราเป็นคนโรคจิต เราจะเป็นยังไง...

          แต่โดยรวมเราว่าก็ไม่ได้แย่มาก เพราะเราเคยเสียเงินดูหนังที่แย่กว่านี้มาแล้ว แต่แค่อาจจะเสียดายไปบ้าง ที่เรื่องนี้ไม่มีฉากที่ทำให้เรากรีดได้เลย แล้วก็สามารถเดาฉากถัดไปของเรื่องได้ถูกอีกต่างหาก


          บาย.. The boy อย่างน้อยๆเรื่องนี้ก็ทำให้ไม่ต้องกลัวผีตุ๊กตาล่ะนะ 555 

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559

เพลินเลย


          หลังจากที่พยายามทำงานโปรเจ็กต์เมื่อคืนวานจนเต็มที่ ..แต่ก็ยังไม่เสร็จ มันทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ตื่นเช้ามาก็เลยมานั่งเล่นเกมก่อนไปเรียน หลังจากกลับมาจากเรียนก็เล่นเกม เล่นเกมเสร็จก็ไปทานข้าว กลับมาห้องก็เล่นเกม
         
          ดูเวลาอีกที
          ...
          4 ทุ่มแล้ว

          ...
          เล่นเกมเพลินซะไม่เป็นการทำงานใดใด ทั้งๆที่เกมนี้เป็นเกมที่ซื้อมาเพราะลดราคา(เห็นแก่ของถูก)  บวกกับเคยเห็นน้องเล่น ซึ่งดูน่าสนุกดี แต่ลองเล่นเองมันไม่ได้สนุกเท่ากับที่ดู ก็เลยไม่คิดว่าตัวเองจะเสพติด แต่เมื่อดูจากเวลาที่ใช้ในการเล่นเกมครั้งนี้แล้ว ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราติดมันซะแล้ว T T

          แต่สุดท้ายเราก็ต้องหักห้ามใจ ไม่ให้เล่นเกมนั้นต่อ ไม่อย่างนั้นคืนนี้ก็คงจะไม่ได้นอน แล้วงานก็คงจะไม่มีส่ง !!! ซึ่งเราก็ไม่อยากจะมาเสียใจทีหลัง (ซึ่งสิ่งที่ตามมาจากการไม่มีงานส่ง ก็คงจะไม่อยากคิด) หักห้ามใจซะตอนนี้เลยดีกว่า

          เฮ้อ... และแล้วก็กำลังจะทำการบ้านเสร็จอีก 1 ชิ้น จบจากตรงนี้ ไปอาบน้ำดีกว่าเรา กลิ่นควันจากหมูกระทะรุนแรงซะจนรูมเมททัก

          ...


          บัยยยย.

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559

ชาลีหะมาผู้รักเสียงดนตรี(กีตาร์)


          วันหนึ่งเราหยิบกีตาร์ของน้าชาย(พ่อของน้อง) มาเล่นเพลงที่เราคุ้นเคย แต่ในขณะที่เล่นกีตาร์อยู่นั้น เจ้าชาลีหะมาผู้ขี้ขลาดก็วิ่งเข้ามาด้วยอาการที่กระตือรือร้น ดูเหมือนจะสนใจในอะไรบางอย่างของช่วงเวลานั้น แต่พอเราเห็นเจ้าชาลีวิ่งมาหา เราก็เลยจะเดินเข้าไปลูบหัว เนื่องด้วยเจ้าชาลีเป็นหะมาขนฟู ดูนุ่มนิ่มน่ากอด เราก็เลยอยากจะสัมผัส แต่เจ้าชาลีก็เดินหนีไป

          อาการเดินหนีของเจ้าชาลี เป็นลักษณะประจำตัวของเจ้าชาลีไปแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่เจ้าชาลีจะค่อนข้างขี้ขลาด มักจะกลัวคน ไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้ แต่เราคิดว่าเจ้าชาลีคงอยากจะเข้าใกล้เราแหละ 555 แต่ก็กลัวซะจนเดินหนีเราตลอด แต่ถ้าวันนั้นเราสามารถลูบหัวเจ้าชาลีได้ ทั้งวันนั้นเราก็จะสามารถเข้าใกล้เจ้าชาลีได้อีก

          แต่อาการที่เราไม่เคยเห็นเลยของเจ้าชาลีนี่ก็คือ การที่ชาลีวิ่งมาหาตอนที่เราเล่นกีตาร์ แต่เมื่อเห็นเราแล้วก็เดินหนี ไปนั่งห่างๆ แต่ยังหันหน้ามาดูเราเล่นต่อ เราก็เลยคิดเองเออเองว่า เจ้าชาลีน่าจะชอบเสียงดนตรีล่ะมั้ง...นะ(หรืออาจจะแค่เสียงกีตาร์) เพราะน้องของเราบอกว่า ชาลีเนี่ย...รักพ่อมากๆเลย(น้าชายของเรา) และชอบอยู่ใกล้ๆพ่อ เราเลยคิดว่า อาจจะเป็นเพราะความรักความอบอุ่นของน้าชายที่มีให้เจ้าชาลี บวกกับการที่น้าชายมักจะเล่นกีตาร์เป็นประจำจึงทำให้เจ้าชาลีรักน้าชายมาก

          เราได้ค้นพบบุคลิกลักษณะของเจ้าชาลีด้วยความบังเอิญ ในเรื่องที่เจ้าชาลีนั้นชอบหรืออาจจะแค่สนใจเสียงดนตรี(กีตาร์) แต่มันทำให้เราคิดวิธีที่จะเข้าใกล้เจ้าชาลีได้มากขึ้น


          (: สนุกดีจัง

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559

ลิลลี่ขี้เหงา


          วันนี้วันหยุดค่ะ วันหยุดอีกแล้ว แต่ว่าต้องกลับมหาวิทยาลัยพรุ่งนี้ซะแล้ว เนื่องด้วยวันอาทิตย์มีเรียนชดเชย ในช่วงวันหยุดของเราแบบนี้ หลังจากเราทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็คงจะประมาณบ่ายๆ เราจะไปที่บ้านของน้องเพื่อไปดูหนัง เล่นเกม เล่นกับหะมา เล่นกับแมว ชีวิตไร้แก่นสารสุดๆ 555

          ชอบชีวิตแบบนี้นะ สบายใจดี

          ระหว่างเดินทางไปบ้านน้อง เราจะผ่านบ้านของลุงเจ้าของลิลลี่(ลิลลี่เป็นหะมาค่ะ) เจ้าลิลลี่เพิ่งเจอกันเมื่อวานเป็นครั้งแรกในรอบวันหยุดนี้ ดูดีใจมากกเลยที่เจอเรา ลิลลี่เป็นหะมาขี้เหงาค่ะ เจอหน้าก็จะเลียๆๆท่าเดียว ซึ่งเราไม่ชอบที่หะมาเลียเลยอะ แต่เราไม่โกรธเพราะว่านี่เป็นอาการที่แสดงให้เรารู้ว่าลิลลี่คิดถึงเรา ถึงแม้ลิลลี่จะขี้เหงา แต่...ลิลลี่ก็ขี้หงุดหงิดนะ 555 ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ลิลลี่มักจะอารมณ์บ่จอย เราคิดว่าอาจจะเป็นเพราะลิลลี่คิดถึงเจ้าของคนแรกของลิลลี่ล่ะมั้งคะ พี่ชายเราเอง ลูกของลุงบ้านนี้แหละค่ะ แต่พี่มีเหตุจำเป็นเลยทำให้ไม่สามารถเลี้ยงเจ้าลิลลี่ต่อได้


ลิลลี่ก็เลยกลายเป็นหะมาขี้เหงาอย่างทุกวันนี้นี่แหละ T_T

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

คนอ่อนแอ

คนอ่อนแอ

          เสียใจจัง วันนี้มีเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกเสียใจ แต่เราก็พยายามไม่คิดถึงเรื่องนั้น แต่พอได้คิด ได้นึกถึง ก็เสียใจ... เสียใจมาก

วันนี้ค่อนข้างหดหู่สำหรับเรา ฝนตกซะด้วยสิ มันเลยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากนะสำหรับการควบคุมอารมณ์ของตัวเราเอง นั่งทำงานอยู่ๆก็น้ำตาไหลพราก... ให้ตายเถอะ -___- เป็นคนที่อ่อนไหวก็งี้แหละ ไม่อยากเป็นคนแบบนี้เลยอะ แต่ทำยังไงได้ มันเลือกไม่ได้นี่นะ รู้แค่ว่า.. ถ้าผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ ก็คงจะเข้มแข็งและแข็งแกร่งขึ้นเยอะ

เข้มแข็ง...

คำๆนี้พ่อชอบพูดกับเราเสมอว่า เมื่อไหร่จะเข้มแข็งเหมือนคนอื่นซะที

ก็นะ... ก็อยากจะเข้มแข็งเหมือนกันแหละ จริงๆนะ ไม่อยากเป็นคนอ่อนแอแบบนี้หรอก(แถมอ่อนไหวด้วยนะ)

...คนอ่อนแอ... คำๆนี้เหมาะกับเรา

 คือเราคิดว่าเราเหมาะกับคำๆนี้ เราคิดและพูดกับเพื่อนๆอยู่เสมอว่า ถ้าวันใดวันหนึ่งเราต้องไปตกระกำลำบากน่ะนะ เราจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้เลย 555 ทักษะการใช้ชีวิตน้อยมากกกก...ก แถมยังอ่อนแออีก พอเจอเหตุการณ์น่าเสียใจของวันนี้ ก็ไม่แปลกอะ ที่อยู่ๆก็นั่งน้ำตาไหลได้ -__- แย่จริง

ผ่านไปเร็วๆนะ

สกิลความแข็งแกร่งจงสถิตที่ข้าด้วย -/\- 

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559

วันนี้ไปดูหนังมา

วันนี้ไปดูหนัง


          วันนี้ไปดูหนังมาแหละ จริงๆตั้งใจจะไปดูตั้งแต่เมื่อวานละ แต่พอดีคนไปดูด้วยดันไปไม่ว่าง เราก็เลยต้องอดใจไว้มาดูวันนี้แทน

          เราเป็นคนชอบดูหนังนะ คือ.. เราเป็นคนที่ค่อนข้างอ่อนไหวง่าย เวลาดูหนัง ฟังเพลงเนี่ย ไม่ยากเลยที่จะทำให้เราร้องไห้ 555 เพราะเราอินทุกเรื่อง ทุกบทบาท ก๊ากๆ โดยเฉพาะหนังดราม่าๆเนี่ย โหย.. บีบคั้นหัวใจเหลือเกิน หนังสยองขวัญอีก ปิดตาทั้งเรื่อง แต่ชอบดูมากนะ มันแบบว่า..เลือดสูบฉีดดี 555

          หนังที่เราไปดูวันนี้เนี่ย เป็นเรื่องที่ไม่ได้คิดจะไปดูอะ เพราะว่าช่วงนี้ไม่มีหนังเรื่องไหนที่เราสนใจเลย.. รู้แค่ว่า อยากดูหนัง! พอดีว่าเจอตัวอย่างหนังเรื่องหนึ่ง ที่นางเอกเขามาโปรโมทเอง พอเผลอกดไปดูก็รู้สึกสนใจขึ้นมา ประกอบกับไม่มีเรื่องไหนที่เข้าตา ก็เลยไปดูเรื่องนี้ คิคิ

อ้อ ! ที่สำคัญดูฟรีด้วยเพราะได้ gift voucher มา หุหุ

          โดยรวมแล้วเราชอบนะ แต่คนที่ไปดูกับเราเขาบอกว่า เขาเฉยๆ ซึ่งก็ไม่แปลกที่จะบอกว่าเฉยๆ เพราะจริงๆมันก็ไม่ค่อยมีอะไรนะ แต่เราชอบ ไม่รู้เพราะว่าเสน่ห์ส่วนไหนของหนังเรื่องนี้ที่ทำให้เราชอบ อาจจะเป็นเพราะนางเอกรึเปล่า ? หรือเพราะเนื้อเรื่อง ? หรือเพราะพระเอก ? ไม่รู้สิ ถึงมันจะไม่สนุกเหมือนหนังดังๆที่เราดูแล้วเราไม่รู้สึกผิดหวัง

...อืม... บางทีอาจจะเป็นเพราะแนวคิดของเรื่องก็ได้

มีฉากหนึ่งที่นางเอกได้สูญเสียพ่อไปอย่างไม่คาดคิด มันทำให้เราคิดถึงพ่อของเราเลย เราคิดว่า ถ้าเราเองอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ พ่อของเราก็ทำเหมือนที่พ่อในหนังทำแน่นอน อาจจะเป็นเพราะเหตุผลนี้ล่ะมั้ง 555 แต่เรื่องนี้จบง่ายไปหน่อย มีบางอย่างที่เรารู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผลเหมือนกันนะ แต่ก็ไม่เป็นไร เราคิดว่าคงจะมีภาค 2 แต่ในหนังก็ไม่ได้บอกไว้หรอกนะว่าจะมี และเราก็เพิ่งได้รู้ด้วยว่าเรื่องนี้สร้างมาจากนวนิยาย

ดีมาก.. เราจะไปหามาอ่าน หวังว่าจะสนุก ^_^


คงจะอ่านไปน้ำตาแตกไป 555 โถ่.. ชีวิต 

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2559

ทุกคนช่วยกันทำเต็มที่ มันก็ดีแบบนี้แหละ

ทุกคนช่วยกันทำเต็มที่ มันก็ดีแบบนี้แหละ

          วันนี้เป็นวันที่ได้พักผ่อนอย่างสบายใจ (แค่วันนี้วันเดียว) โดยไม่ต้องเร่งรีบทำงานชิ้นไหนส่ง เพราะได้ผ่านวันที่กังวลที่สุดในรอบสองสัปดาห์ไปแล้ว

          ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา เรานั่งทำงานชิ้นเดิมซ้ำไปซ้ำมา เนื่องจากไม่ค่อยมั่นใจว่างานที่ทำไปในครั้งแรกจะถูก ก็เลยทำใหม่และเมื่อทำใหม่ก็พบว่าครั้งแรกยังมีข้อผิดพลาดเยอะ และเมื่อทำใหม่อีกครั้งก็มักจะพบข้อผิดพลาดอยู่เสมอๆ อีกทั้งงานชิ้นนี้ยังเป็นโปรเจกต์กลุ่มที่เพื่อนๆสมาชิกในกลุ่มต้องนำไปทำในส่วนต่อไปอีกด้วย เราจึงไม่อยากให้งานมีข้อผิดพลาดมากนัก

          ถึงแม้จะเป็นชิ้นงานที่ต้องทำซ้ำไปซ้ำมา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ทำงานกลุ่มแล้วรู้สึกสบายๆ แม้ว่าจะเป็นงานชิ้นหนึ่งที่มีความยากกว่างานชิ้นอื่นๆที่เคยทำ แต่กลับรู้สึกสนุกกว่าทุกๆครั้ง อาจเป็นเพราะงานกลุ่มชิ้นนี้เพื่อนๆในกลุ่มทุกคนได้ช่วยกันทำ และงานค่อนข้างมีประสิทธิภาพ(ในความคิดของเราน่ะนะ) งานชิ้นอื่นๆที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เราจะเป็นคนทำเพียงคนเดียว ถึงแม้จะมีเพื่อนคอยช่วยบ้าง แต่.. เราก็ยังรู้สึกเหนื่อยมาก ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น


เรารู้สึกโชคดีและหวังว่างานชิ้นอื่นต่อๆไปจะยังรู้สึกเหนอย ยงให้ความรู้สึกดีดีแบบนี้อีก

วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559

เอ่อ.. บล็อกนี้ไม่มีอะไร จริงๆนะ

เอ่อ..จะว่ายังไงดีล่ะ จริงๆวันนี้ก็ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรนะ พอดีนึกขึ้นได้ว่าต้องเขียน เพราะอาจารย์สั่งไว้ ก็เลยต้องมาเขียนนี่แหละ คิดว่าบล็อกวันนี้ก็คงจะไม่มีสาระอะไรจะเขียนไปเรื่อยๆตามที่ไหลออกมาละกันนะ

วันนี้ตื่นขึ้นมาก็ประมาณ 7 โมงกว่าๆละ สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ การไปทานข้าว โชคดีที่หน้าหอมีโรงอาหารก็เลยสะดวกสำหรับเรา.. ผู้ที่ต้องทานให้ครบทุกมื้อ(ซึ่งบางครั้งก็เกิน 555) มื้อแรกของวันนี้เราจำไม่ได้แล้วว่าเป็นอะไร แต่ว่าจำได้ว่ามีโค้กอยู่ในมื้อนั้นด้วย

เราเป็นคนติดโค้กมากเลยนะ คือแทบจะทุกมื้อต้องมีโค้กอะ แต่เราดื่มนิดหน่อยแบบ..หนึ่งขวดอะคนเดียวไม่หมด อาจจะประมาณไม่ถึงครึ่งขวดด้วยซ้ำ แต่เราดื่มแทบจะทุกวัน จริงๆแล้วก็เกือบจะเป็นคนที่ไม่ทานหวานแล้วนะ ติดอยู่ที่เดียวก็เรื่องของโค้กนี่แหละ 555 ไม่รู้ว่าป่านนี้กระเพาะจะเป็นอย่างไรบ้าง T T

หลังจากทานข้าว..เราก็ไป.. ไหนนะ ? อ๋อ ไปเดอะมอลล์ สถานที่แห่งนี้ก็อีกเช่นกัน ไปแทบจะทุกวัน ไปแล้วก็เสียเงิน โถ่ว.. ไม่ดีเลยเสียเงินเนี่ย กระเป๋ายิ่งบางๆอยู่ แต่วันนี้ที่ไปเพราะมีธุระจำเป็นนิดหน่อยแต่เสียเงินเหมือนกัน 555 หอันนี้ก็คล้ายๆเรื่องของโค้กกับเราที่(เกือบจะ)ติดละ ก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงขยันไป ระยะทางไม่ได้ใกล้กับมหาวิทยาลัยเลยอะ T_T (ซึ่งหลายครั้งก็ไม่ได้จำเป็นเหมือนกับวันนี้)

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่เดอะมอลล์ เราก็ได้ทานข้าวมื้อเที่ยงเรียบร้อย อิอิ ไม่พลาดแน่นอน.. เราก็แวะกลับหอเอาของที่ซื้อมาไปเก็บ กะจะพักซักหน่อยแต่ที่หอไฟดับ ..เฮ้อ เข้าใจเลยไฟฟ้าสำคัญแค่ไหน 555 แต่ไม่เป็นไร ไหนๆไฟก็ดับก็เลยจะไปดูการประกวดสุนัขที่งานเกษตรของมหาวิทยาลัย แต่พอไปถึงการประกวดก็จบแล้ว ...เสียใจมาก T^T เลยแวะซื้อไก่ย่างมาทานเป็นมื้อเย็น(เร็วจัง!? 555) ก็พอชดเชยกันได้อยู่นะ ^-^

มื้อเย็นจบ.. ก็ไปงานแข่งขันดนตรีของชมรมเกี่ยวกับดนตรีในมหาลัยต่อ ..เราเป็นคนชอบฟังเพลงนะ เมื่อก่อนชอบแต่เพลงร็อกๆด้วย แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าสายร็อกคงไม่เหมาะกับเรา ฟังได้ไม่นานก็กลับ

ไฟที่หอใช้ได้แล้ว! เย้! รู้สึกชีวิตดีเมื่อมีไฟ(ฟ้า) ..อืม..วันนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วแหละ นอกจากการยินดีที่ไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ และไปงานเกษตรอีกรอบ(เพราะเพื่อนชวน) ซึ่งระหว่างทางไปงานเกษตรนี่แหละ ทำให้เราคิดขึ้นได้ว่า ต้องมาเขียนบล็อก !

เอาเป็นว่า บล็อกวันนี้ เนื้อหาก็มีแค่นี้แหละค่ะ คงไม่มีอะไรไร้สาระไปมากกว่านี้อีกแล้ว 555

โอเค ไว้เจอกันใหม่ ..กับการคาดหวังตัวเองว่าจะเขียนบล็อกที่มีสาระมากขึ้น 555



               บัย

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559

เราชอบอยู่ในที่ที่เราสบายใจ

เราชอบอยู่ในที่ที่เราสบายใจ


          จริงๆแล้วตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 1 แต่เพราะความเรื่อยเปื่อยก็เลยยังไม่ได้เขียน ตอนนี้รู้สึกขยันขึ้นมาหน่อยบวกกับที่เมื่อวานอ.พี่เล็กให้เขียนเรื่องราวความประทับใจในวันปีใหม่ เราก็เลยอยากเขียนเรื่องนี้อีกครั้ง

          เรามีลูกพี่ลูกน้องอยู่ 1 คน ซึ่งเรากับน้องสนิทกันมาก อาจจะเป็นเพราะญาติๆส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย เราสองคนที่เป็นผู้หญิงก็เลยสนิทกัน   เรามักจะไปไหนมาไหนด้วยกัน ซื้อของใช้ที่คล้ายๆกัน และน้องของเรามักจะดูแลเราเสมอ คงเห็นว่าเราเป็นพี่ก็เลยดูแลล่ะมั้ง ? ซึ่งเราชอบนะเพราะว่าสบาย 555 ตอนเด็กหน่อย...ผู้ใหญ่ทักว่าเป็นแฝดกันเหรอ ? ...เพื่อนบอกว่าแยกไม่ออกเลยเวลายืนข้างกันแล้วหันหลัง(คงเพราะส่วนสูงและทรงผมน่ะ) ...มีคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแฟนกันด้วย ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ น้องมักจะดูแลเราเสมอๆและบวกกับอยู่โรงเรียนหญิงล้วนด้วย ก็เลยมีคนเข้าใจผิด
         

          วันที่ 31 ธันวา 2558 วันนี้ทุกๆปีเราจะไปกินหมูกระทะที่บ้านของน้องแล้วก็ทำกิจกรรมอื่นๆจนถึงเที่ยงคืนซึ่งจะเป็นวันปีใหม่ วันนี้เราก็เลยไปตั้งแต่บ่ายๆ ไปนั่งดูหนังด้วยกัน เล่นกับหมาแมว เล่นเกม พูดคุยกัน เพราะว่าไม่ค่อยได้เจอกันไงก็เลยต้องเม้าหน่อย มีเรื่องเล่าเยอะแยะเลย 555 พอเริ่มหิวก็ไปซื้อหมูกระทะกัน แล้วก็แวะซื้อของตกแต่งบ้าน รวมทั้งหมวกต๊องๆมาใส่ให้เข้ากับเทศกาลด้วย 555

               ไม่มีอะไรหรอก วันที่ 31 น่ะ

          แต่...


          สบายใจดีนะ ( :

      อาจจะเป็นเพราะเราได้อยู่กับน้องที่สนิท บวกกับบรรยากาศสบายๆในช่วงเทศกาล เราก็เลยรู้สึกดี 555 เราชอบบรรยากาศแบบนี้นะ ที่มันธรรมดาๆแต่สบายใจ คือมันทำให้เรามีความสุข ...เหตุการณ์ที่ไม่สบายใจๆที่ผ่านมามันเหมือนได้เยียวยาเมื่อเราได้อยู่ในช่วงเวลานั้น


...ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากอยู่ในที่ที่สบายใจตลอดเวลา

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

เรื่องของสไลเดอร์

เรื่องของสไลเดอร์
          เมื่อวานเราไป Koratwaterland มา ซึ่งที่นี่ก็มีกิจกรรมให้ทำหลายกิจกรรมอยู่นะ แต่เราเล่นในส่วนของ Advenger zone ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้ละ จริงๆครั้งแรกที่ไปก็คือปีนี้นั่นแหละ 555
          ครั้งแรกที่ไป ไม่อยากไปเลย... เพราะว่าตอนนั้นยังมีงาน การบ้านที่ยังค้างคาอยู่ แต่พอโดนเซ้าซี้ก็เลย เออ.. ไปก็ได้
สิ่งแรกที่เราเล่นหลังจากเปลี่ยนชุดสวมชูชีพพร้อมเล่นแล้วเนี่ย ก็คือ สไลเดอร์ ซึ่งปกติเราเป็นคนไม่ชอบเล่นสไลเดอร์เลย... เพราะตอนเด็กๆก็เล่นสไลเดอร์ทั่วๆไปแล้ว มันสไลด์ไม่ลงนี่แหละ ก็เลยไม่ชอบเล่นมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ครั้งนี้แตกต่างคือเราเล่น ทำไมถึงเล่น? อาจจะเป็นเพราะว่ามีช่วงนึงที่ติดตามรายการ Runningman ซึ่งเป็นรายการเรียลลิตี้โชว์ของเกาหลี ซึ่งเขามักจะให้พิธีกรรายการและแขกรับเชิญทำกิจกรรมที่ค่อนข้างท้าทายความสามารถ ท้าทายทักษะด้านร่างกายด้วยการแข่งขันกัน ดูแล้วน่าสนุกดี ก็เลยสนใจอยากเล่นบ้าง ก็เลยไปเล่นสไลเดอร์เป็นส่วนแรก...

ความรู้สึกตอนปีนขึ้นไป... สูงจัง
ความรู้สึกตอนขึ้นไปตรงจุดลง... โอ้โห สูงมากเลย

คือมองจากข้างล่างอะ ก็รู้นะว่าสูง เฮ้...แต่พอขึ้นไปดูความสูงจากมุมบนแล้ว โอ้ว... สูงกว่าเยอะเลย แต่เราไม่ใช่คนกลัวความสูงค่ะ ก็เลยคิดว่า คงไม่เป็นไร ก็เลยนั่งแล้วก็ ปล่อยตัวลงไปเลยค่ะ
ความรู้สึกระหว่างทางที่ลงมา...

กลัว ค่ะ

กลัวล้วนๆ ไม่ใช่เสียวหรือสนุกหรือตื่นเต้นใดใด แต่มันเป็นความกลัวอะ ประมาณว่า.. มันรู้สึกว่าไม่ถึงพื้นน้ำข้างล่างซักที โห... เป็นงี้นี่เอง คือความรู้สึกมันต่างจากการเล่นเครื่องเล่นที่หวาดเสียวๆนะ อันนั้นมันหวาดเสียวแต่สนุกไง แต่อันนี้ไม่ใช่ มันน่ากลัวอะ

ก็เลยคิดว่า ครั้งหน้าถ้ามาก็คงจะไม่เล่นมันอีกแล้ว บัย...

แต่ไม่ใช่ค่ะ เมื่อวานเราไปเล่นสิ่งนี้มาอีกแล้ว เพราะว่าครั้งนี้มีเพื่อนที่เราชวนมาเล่น ชวนให้เราไปเล่นสไลเดอร์ คือ จริงๆแล้วก็อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าเล่นอีกครั้งความรู้สึกจะเหมือนเดิมมั้ย ? แต่ครั้งนี้เราใส่เสียงลงไปด้วยระหว่างทางลง ผลปรากฏว่า มันดีมากค่ะ ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรนะแต่ว่า.. พอเราได้กรี๊ดออกไประหว่างทางลงเหมือนความกลัวมันจะหายไป แล้วก็แทนที่ด้วยความรู้สึก สนุก แทน ซึ่งเราก็ได้ลองเล่นสองรอบสำหรับเมื่อวาน สนุกมากค่ะ
          อืม... ประสบการณ์จากเรื่องนี้ทำให้เราคิดได้ว่า การทำบางอย่างที่เหมือนเดิมแต่หากเราเพิ่มอะไรเข้าไปอาจทำให้ความรู้สึกและมุมมองกับสิ่งๆนั้นเปลี่ยนไปได้ ..ก็ได้

          ปล. เมื่อวานมีกลุ่มผู้ชายน่าจะอายุใกล้ๆกันเขาเล่นสไลเดอร์กันหลายรอบ และพวกเขากระโดดเอาส่วนตัวคว่ำลงแล้วก็ยืนตรงช่วงพื้นที่รองรับได้ด้วยอะ เจ๋ง (คาดว่าน่าจะเป็นนักกีฬา) ดูสนุกกันมากเลย เราคงต้องออกกำลังกายบ้างแล้วแหละ เผื่อจะทำได้บ้าง 555

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559

ฝังใจสุดๆในปีที่แล้ว(ปี 2558)ก็เรื่องนี้แหละ

ฝังใจสุดๆในปีที่แล้ว(ปี 2558)ก็เรื่องนี้แหละ

          ไหนๆก็เริ่มต้นปีใหม่แล้ว ก็เลยอยากจะทบทวนว่าเรื่องที่ฝังใจที่สุดในช่วงปี 2558 คือเรื่องอะไร
..ปีที่แล้วรู้สึกจะเป็นปีที่ค่อนข้างยากพอสมควรสำหรับเรา ยากในที่นี้คือ เป็นแค่ช่วงๆหนึ่งที่เราจำได้ดีเป็นพิเศษและรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหม่และเป็นช่วงที่ยากลำบากมากสำหรับเรา
คือ
เราเครียด
เครียดเรื่องเรียน เป็นงานวิชาหนึ่ง เครียดมาก จนร้องไห้ ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เราเครียด คิดตลอดว่า ทำไมเราถึงทำไม่ได้ ทำไมเราถึงคิดไม่ออก.. แล้วก็พยายาม คิด หาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อจะทำงานชิ้นนั้นให้ได้อยู่ตลอดเวลา
แต่เรื่องแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับเราแล้วครั้งหนึ่งซึ่งคล้ายๆกันตอนเรียนชั้นมอสี่ วิชาฟิสิกส์ ครั้งนั้นเรียนไม่เข้าใจ พยายามทำทบทวน พยายามทำการบ้าน แต่ทำไม่ได้ ก็เลยร้องไห้เหมือนกัน แต่ครั้งนั้นเราหยุดเลยตั้งแต่ตอนนั้น เราไม่ไปต่อ ไม่เอา แล้วก็ไม่พยายามอีกเลย
..ซึ่งต่างจากครั้งนี้ที่ เราพยายามอย่างมาก แต่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก มากจริงๆในหัวของเราช่วงนั้นคิดแต่เรื่องงานชิ้นนั้นตลอดเวลา ทั้งเวลาไปดูหนัง(เป็นกิจกรรมที่เราชอบมาก) หรือเวลาเรียนวิชาอื่นๆ แม้กระทั่งเวลานอน เราก็ยังคิดเรื่องนี้อยู่ ไม่รู้จะต้องอธิบายยังไง เพราะว่ามันเครียดมากจริงๆ ตื่นเช้ามาก็คิดเป็นเรื่องแรก ..โห ทำไมแย่ขนาดนั้นนะ ทั้งๆที่เรารู้สึกว่า นี่แค่เพิ่งเริ่มต้นสำหรับการเรียนของเราเอง

เมื่อผ่านมันไปได้ก็รู้สึกดีขึ้น คือแค่ดีขึ้น แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรเท่าไหร่
...
          เราไม่ชอบ เราไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนั้น
          ไม่รู้เพราะเรากดดันตัวเอง ? หรือเพราะอะไรที่ทำให้เราเป็นแบบนั้น
          แต่เราไม่อยากให้มันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก ):


          ซึ่งในตอนนี้ก็เป็นปีใหม่แล้ว เราก็อยากให้ตัวเราเองนั้นเข้มแข็งขึ้น แข็งแกร่งขึ้น อย่างน้อยๆก็อยากให้มากกว่าปีที่แล้ว มากกว่าหลายๆเท่าเลยก็ได้ (: 


เราหวังอยากให้เป็นอย่างนั้น